ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมย์ สู้ สู้...


ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้าบ่อยนัก หากไม่ได้นัดเจอกับเพื่อนๆ ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างนี้การได้หลบพักร้อนในห้างที่มีแอร์เย็นๆ ได้มองดูสิ่งของเพลินๆ (ถึงแม้นจะไม่ได้ซื้อหาก็ตามที) เป็นการลงแรงที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แถมประหยัดอีกโข

ผมเดินดูข้าวของที่นำมาวางขายมีทุกสิ่ง เรียกว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็ว่าได้ ข้าวของที่เห็นหนาตาหน่อยจะเป็นของผู้หญิง ว่ากันว่าสำหรับผู้หญิง การได้เดินเลือกซื้อของเป็นสุดยอดของการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งในการผ่อนคลายยิ่งถ้าได้สิ่งของที่ตัวเองคิดว่าราคาไม่สูง ได้ต่อรอง ไปๆ มาๆ เมื่อรวมกันก็ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้กระมั่งข้าวของต่างๆ จึงมีแต่ของใช้ผู้หญิงเป็นส่วนมาก

ผมได้ยินเสียง จะเรียกว่าเสียงตะโกน หรือเสียงเชียร์ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าดังจนผมเองอดไม่ได้ที่จะเดินไปหาทางต้นเสียงร้องเรียกนั้น เมย์

ที่แท่นหน้าผาจำลอง สูงประมาณตึกสามชั้นกว่าๆ มีเด็กผู้หญิง ตัวเล็กๆ กับเด็กผู้หญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย กำลังปีนป่ายหน้าผาจำลองที่ทางห้างนำมาจัดกิจกรรม มีคงมุงดูกันพอประมาณ ผมก็มองว่าไม่แปลกอะไรเพราะทางห้าง ก็จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบสำหรับเสริมการขายของทางห้างอยู่แล้ว ผมมองขึ้นไปด้านบน เด็กผู้หญิงที่โตกว่าขึ้นไปถึงด้านบนแล้วแตะกระดิ่ง

เจ้าหน้าที่ที่ถือสายเชือกปล่อยโรยตัวลงมา ยังคงเหลือแต่น้องเมย์ ที่หลายคนส่งเสียงเชียร์ เธอขึ้นไปได้สักครึ่งหนึ่งของระยะทางที่ต้องปีน

แกหาหนทางที่จะเกาะเจ้าปุ่มๆ สีเขียวๆ แดงๆ เหลืองๆ จับอยู่หลายปุ่ม แต่ก็ไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปได้ บางครั้งแกนิ่งเหมือนกำลังรวบรวมพละกำลังน้อยๆ จับปุ่มโน้น ปุ่มนี้บ้าง เธอพยายามหาช่องทางที่จะขึ้นไปด้านบนสุดให้ได้ ผมเองก็มองๆ ดู ทำทางว่าจะไปทางด้านอื่น คิดว่าแกคงไปไม่ไหวก็ลงมาเอง แต่แปลก เธอยังไม่ยอมลง

เมย์ ที่กองเชียร์ด้านล่างเรียกชื่อเธอ... ดังขึ้นกว่าเดิม

เสียงเชียร์ขึ้นเป็นระยะ ยามใดที่เสียงเชียร์ดังขึ้นก็ทำให้แกเหมือนมีแรงฮึด ไปเกาะปุ่มเพื่อไต่ระดับ

เธอพยายามหาช่องทางเส้นใหม่ แต่ดูเหมือนแขนขาแกจะเล็กและยาวไม่พอ รวมถึงพละกำลังที่ค่อยๆ หมดลงเมื่อต้องหนีแรงโน้มถ่วงของโลก การอยู่ข้างบนนานๆ ไม่เป็นผมดีกับแกเลย

ผมเชื่อว่าเมื่อเธอขึ้นไปอยู่บนนั้น การมองของเธอไม่ได้กว้างพอที่จะเห็นช่องทางที่แกสามารถขึ้นไปด้านบน เห็นพี่เลี้ยงหรือผู้ปกครอง ตะโกนจากชั้นสองของห้างบอกแกว่าให้ไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ดูว่าแกก็พยายามอย่างที่แนะนำ แต่ดูเหมือนมือเล็กๆ ที่เกาะอยู่จะเหลือกำลังน้อยเกินกว่าที่จะทำได้

น้องเมย์จับอยู่ที่ก้อนหิน พยายามรวบรวมสมาธิ มือน้อยๆ ล้วงลงไปที่ถุงแป้งสลับซ้ายขวา ขาสองข้างยืนอยู่บนก้อนหิน อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ที่แกจะสู้กับมัน ถึงแม้นผลจะไม่ได้ออกมาอย่างที่คาดการณ์ไว้

ผมไม่รู้ว่าแกอยู่บนนั้นนานเท่าไหร่ ในมือผมบีบแน่ เกร็งไปกับแก และเผลอเรียกชื่อ เมย์ สู้ๆ

ตามเสียงกองเชียร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในใจก็บอกว่าให้แกลงมาได้แล้ว แต่อีกส่วนก็อยากให้แกได้รู้ถึงรสชาติของความพยายามมันควรเป็นสิ่งตอบแทนแกบ้าง กับความมุมานะ ความอดทน ที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ต้องเอาชนะ

ผมไม่แน่ใจว่าถ้าไม่มีเสียงเชียร์เธอยังจะสามารถโหนตัวอยู่บนนั้นนานได้ขนาดนี้หรือเปล่า

หลังจากหยิบแป้ง แกพยายามโหนตัวเพื่อจับก้อนหินที่อยู่เหนือศีรษะแก เสียงทุกคนในที่นั้น ผู้คนเริ่มหนาตาขึ้นกว่าในตอนแรกนั้นลุ้นไปตามน้องเมย์

เธอเอื้อมมือไปจับปุ่มสี พยายามโหนตัวขึ้นไป แต่พละกำลังแกเหลือน้อยจนไม่สามารถ ดึงตัวเองขึ้นได้ เท้าที่ก้าวเหบียบก้อนปุ่มเหยีบพลาด ผมได้ยินเสียงถอนหายใจรอบข้าง

แกพยายามโหนตัวอยู่สองสามครั้ง ทุกครั้งก็จะมีเสียงเชียร์ให้กำลังใจให้ได้ยิน

น้องเมย์ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ถึงแม้นจะไม่ใช่ชัยชนะ แต่ทุกคนที่อยู่รอบๆนั้น ที่เห็นเด็กผู้หญิง ตัวเล็กๆ อายุเพียงแปดขวบ โหนตัวอยู่บนหน้าผาจำลอง

เวลาที่น้องเมย์อยู่บนนั้นผมคาดว่าคงสักประมาณ 45 นาที ทั้งเหนื่อยทั้งล้า หากเป็นผมเอง ผมคงลงมาเสียนานแล้ว

ทำให้ผมนึกถึงหนังสือเรื่องหนึ่งที่ได้อ่าน เป็นหนังสือภาพลายเส้น มีตัวหนังสือเขียนดัวยลายมืออ่านง่าย ในหนังสือพูดถึงหนอนผีเสื้อ ผมจำได้ว่าชื่อหนอนแก้ว

หนอนแก้วก็เหมือนหนอนทั่วไป ที่วันๆ ไม่ทำอะไรได้แต่เกาะกินใบไม้ จนวันหนึ่งก็เริ่มองเพื่อนหนอนด้วยกันว่าที่เป็นอยู่นี้คืออะไร วิถีของชีวิตหนอนหรืออย่างไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นหนอนแก้วจึงลงจากใบไม้ ออกเดินทาง ถึงแม้นไม่รู้ว่าจะไปหนไหน

ระหว่างทางที่เดินก็เห็นหนอนหลายตัวเดินล่วงหน้าไป ก็เดินตามๆ กันไป หนอนแก้วเห็นภูเขาเบื้องหน้า ที่พวกหนอนมุ่งไป เมื่อมองดูอยู่ใกล้ๆ ที่ด้านล่างก็เห็นเหล่าหนอนทั้งหลายต่างปีนป่ายขึ้นไป หนอนแก้วเห็นเช่นนั้นก็ปีนขึ้นไป

หนอนแต่ละตัวเบียดเสียดกันขึ้นไป บางตัวล่วงลงมาด้านล่าง บางตัวอดทนไม่ไหว ก็ตกลงมาก น้อยแก้วพยายามถามหนอนตัวอื่นๆ ว่าขึ้นไปทำอะไรที่ด้านบน แต่คำตอบที่ได้ไม่ได้ทำให้หนอนแก้วเข้าใจ บางตัวก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องขึ้นไป เมื่อเห็นว่านี่ไม่ใช่คำตอบ หนอนแก้วจึงลงมา ระหว่างทางกลับก็เห็นหนอนตัวอื่นๆ มุ่งมาที่หนอนแก้วจากมา

หนอนแก้วหลบอยู่ในพงหญ้านอนหลับ.... ร่างคอย... ปรับเปลี่ยน จากหนอน กลายเป็นดักแด้....และแล้ว

.....ผีเสื้อแสนสวยก็สยายปีก บินขึ้นส่งท้องฟ้า โฉบเฉี่ยวไปมาท่ามกลางแสงแดด ท่ามกลางมวลหมู่ไม้

ผีเสื้อแสนสวยจำได้แต่เพียงเลือนล่างเมื่อมองเห็นกลุ่มหนอนปีนป่ายอยู่ด้านล่าง ผีเสื้อมองด้วยความแปลกใจ ไม่เห็นมีสิ่งใดที่กองนั้นนอกจากเหล่าหนอนที่ปีนป่าย

ผีเสื้อร่อนลงดื่มกินน้ำหวานที่เกสรดอกไม้สีสด.......

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมย์ สู้ สู้... ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เดินเด่นห้างสรรพสินค้าบ่อยนัก อากาศร้อนๆ อย่างนี้การได้หลบพักร้อนในห้างที่มีแอร์เย็นๆ ได้มองดูสิ่งของ (ถึงแม้นจะไม่ได้ซื้อหาก็ตามที) เป็นการลงแรงที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แถมประหยัดอีกโข ผมเดินดูข้าวของที่นำมาวางขายมีทุกสิ่ง เรียกว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็ว่าได้ ข้าวของที่เห็นหนาตาหน่อยจะเป็นสิ่งของผู้หญิง ว่ากันว่าสำหรับผู้หญิง การได้เดินเลือกซื้อของเป็นสุดยอดของการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งในการผ่อนคลายยิ่งถ้าได้ของที่ตัวเองคิดว่าราคาไม่สูง ได้ต่อรอง ไปๆ มาๆ เมื่อรวมกันก็ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้กระมั่งข้าวของต่างๆ จึงมีแต่ของใช้ผู้หญิงเป็นส่วนมาก ผมได้ยินเสียง จะเรียกว่าเสียงตะโกนหรือเสียงเชียร์ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าดังจนผมเองเดินไปหาทางต้นเสียงเรียกชื่อนั้น “ เมย์ ” สิ่งที่ผมได้เห็น แท่นหน้าผาจำลอง ที่มีเด็กผู้หญิง อายุประมาณแปดขวบ กับเด็กผู้หญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย กำลังปีนป่ายหน้าผ้าจำลองที่ทางห้างนำมาจัดกิจกรรม มีคงมุงดูกันพอประมาณ ผมก็มองว่าไม่แปลกอะไรเพราะทางห้าง ก็จัดกิจ...

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง

หากถามว่าได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ คงต้องขอบอกก่อนว่าผมเองเป็นคนชอบดูหนังเหมือนกัน จำได้สมัยที่มี วิดีโอ ผมมักเช่าหนัง 4-5 ม้วนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้ดูหนังบ่อย หมายถึงหนังในโรงภาพยนตร์ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่จำได้เพราะไปดูกับที่บ้าน ไปกันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นเตี่ยที่ไม่ได้ไป ดูที่ในตลาดปากน้ำ (สมุทรปราการ) ชื่อโรงหนังราชา กับอีกโรงที่เจ้งไปแล้ว ในสมุทรปราการจะมีโรงหนังอยู่สองแห่งในสมัยนั้น โรงหนังราชาราคาค่าบัตรจะไม่แพงเท่าอีกโรง ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่จะหรูหรากว่าโรงหนังราชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีโรงหนังในห้าง บั๊กซี โลตัส เลยมาหน่อยที่ซีคอน เสรี มากมายไปหมด รวมถึงราคาด้วยที่แพงไปตามสถานที่ด้วย ในตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท เรื่องที่ไปดูในตอนนั้น ชื่อเรื่อง “ น้ำพุ ” ที่เล่นโดยอำพล ลำพูน ทำให้ผมติดสไตล์ทั้งการแต่งตัว ที่ต้องใส่สร้อยดินเผาเป็นแถบคล้ายกับจับปิ้ง รวมถึงการพูด ที่ต้องลงท้ายด้วยคำว่า “ ฮะ ” แทนคำว่าครับ ในบ้างครั้งยังติดมาถึงทุกวันนี้ มาฟังอีกที รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่คงเป็นด้วยอิทธิพล หรือการเรียนแบบ ซะมากกว่า คงไม่ผิดที่เร...

ขนมปัง

ป้ายรถเมล์ป้ายนี้จะเป็นป้ายสุดท้าย ที่ผมจะลงรถเมล์เป็นประจำเพื่อแล้ว เดินอีก เข้าซอยไปอีกทอดหนึ่งจึงถึงที่ทำงาน แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อรถรถเมล์ได้ ก็เดินจ้ำๆ เห็นคนรอรถเมล์ไม่กี่คน แต่ทุกวันก็มีบางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไรบางขาดหายไป ไม่ใช่ป้ายรุเมล์หายไปไหนหรือคนที่ผมมองไว้ไม่มาคอยรถเมล์ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ใช่แล้วชีวิตเล็กๆ แต่ไม่ใช่มนุษย์ มันจะนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ กับที่นั่งรอรถเมล์ ขนสีน้ำตาลอ่อน ปอกคอสีน้ำเงินนั่งหมอบเหมือนรอใครมากกว่าที่นั่งหมอบรอรถเมล์ ทุกครั้งเมื่อผมลงรถเมล์ที่ป้ายแห่งนี้ ก็ให้รู้สึกสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเรื่องของหมา คนอย่างผมไม่จำเป็นจะต้องรู้ แต่ผมก็อดไม่ได้ตามนิสัยคนอยากรู้เรื่องหมา ดูจากลักษณะท่าหมอบแล้วคงเป็นหมาที่มีการศึกษาเหมือนกัน สายตาของมันมองคนที่ลงรถเมล์เหมือนกับว่ารอคอยบางอย่าง ทำให้ผมอดคิดเล่นไม่ได้ว่า หรือว่ามาคอยเจ้าของ ที่สั่งมันให้คอย หรือว่าคอยเจ้าของที่ไม่เคยกลับมา... (คิดไปโน้น) เจ้าของอาจจะประสบอุบัติเหตุแล้วทำให้มันต้องมาคอยเจ้าของที่ไม่มีวันกลับมา คอย คอย และคอย หรือว่ามันไม่มีอะไรทำ แต่ผมดูแล้วมันน่าจะหาอะไรเ...