หากถามว่าได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ คงต้องขอบอกก่อนว่าผมเองเป็นคนชอบดูหนังเหมือนกัน จำได้สมัยที่มี วิดีโอ ผมมักเช่าหนัง 4-5 ม้วนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้ดูหนังบ่อย หมายถึงหนังในโรงภาพยนตร์ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่จำได้เพราะไปดูกับที่บ้าน ไปกันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นเตี่ยที่ไม่ได้ไป ดูที่ในตลาดปากน้ำ (สมุทรปราการ) ชื่อโรงหนังราชา กับอีกโรงที่เจ้งไปแล้ว ในสมุทรปราการจะมีโรงหนังอยู่สองแห่งในสมัยนั้น โรงหนังราชาราคาค่าบัตรจะไม่แพงเท่าอีกโรง ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่จะหรูหรากว่าโรงหนังราชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีโรงหนังในห้าง บั๊กซี โลตัส เลยมาหน่อยที่ซีคอน เสรี มากมายไปหมด รวมถึงราคาด้วยที่แพงไปตามสถานที่ด้วย
ในตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท เรื่องที่ไปดูในตอนนั้น ชื่อเรื่อง “น้ำพุ” ที่เล่นโดยอำพล ลำพูน ทำให้ผมติดสไตล์ทั้งการแต่งตัว ที่ต้องใส่สร้อยดินเผาเป็นแถบคล้ายกับจับปิ้ง รวมถึงการพูด ที่ต้องลงท้ายด้วยคำว่า “ฮะ” แทนคำว่าครับ ในบ้างครั้งยังติดมาถึงทุกวันนี้ มาฟังอีกที รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่คงเป็นด้วยอิทธิพล หรือการเรียนแบบ ซะมากกว่า คงไม่ผิดที่เราจะนิยมชมชอบอะไร ถ้าสิ่งนั้นไม่ทำร้ายใคร หรือไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอะไร
จำได้ว่าหลังจากออกมาจากโรงหนัง แม่ผมคอยดูแลผมเป็นพิเศษ หรือเรียกง่ายรักผมมากขึ้น ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ เรียกว่าห่วงผมมากขึ้น กลัวจะไปเป็นอย่างในหนัง คงเป็นเพราะเนื้อหาในหนังพูดถึงเด็กในวันรุ่นที่ไปติดยา ด้วยสาเหตุของความคิดเอง เออเอง แม่ที่ไม่มีเวลาให้ลูก ลูกที่อยากลอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ เรื่องที่นำมาทำผมเคยอ่านในหนังสือนอกเวลาที่โรงเรียนให้อ่านเพื่อทำรายงานและยิ่งมาดูหนัง รู้สึกชอบ
ก็รู้สึกดีนะ แม่ผมถึงแม้นจะเรียนไม่สูง แค่เขียนชื่อตัวเองได้ก็เก่งแล้ว ไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่นนอกจากทำมาหากิน ผมเองต่างหากที่บ้างสิ่งรู้และเห็นก็ยังอดที่จะประพฤติตัวในทางที่ไม่เหมาะสม สูบบุหรี่ กินเหล้า เที่ยว ทั้งที่ทางบ้านก็ไม่มีฐานะ ที่จะฟุ้งเฟ้อได้อย่างนั้น แล้วก็ยังคิดเองเออเองอีกว่า พ่อ-แม่ไม่รัก ไม่เหมือนพ่อ-แม่คนอื่นที่เอาเงินมาให้ลูกถลุงเล่น โกรธเมื่อแม่ไม่มีเงินให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ ไม่รู้เลยว่าการไม่มีเงินนั้นมันเป็นอย่างไร รู้แต่เพียงฉันอยากได้ ถึงแม้นจะไม่มากนัก แต่แม่ต้องเก็บไว้ใช้อย่างอื่นที่จำเป็นกว่าการที่ลูกจะได้ไปเที่ยวสนุก
ผมจำได้ว่าผมแสดงความรู้สึกออกมา โดยการชกกระจกจนแตก หยิบเศษแก้วที่หลนกระจายขึ้นมากรีดลงบนแขนซ้ายเป็นรอยแนวยาวสองแนว มีเลือดไหลออกมาตามรอยที่กรีด แล้วเฝ้าถามตัวเองว่า เหตุใดจึงต้องทำ ทำทำไม เจ็บไหม ผมตอบตัวเองว่าเจ็บ เจ็บแต่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่บาดแผลนั้นไม่มากทายเท่ากับความเจ็บในจิตใจ ที่แม่ไม่เข้าใจ
ผ่านมานานแล้วรอยแผลเล็กลงไปตามกาลเวลา แต่กลับเป็นความรู้สึกผิด ยังย้ำเตือนให้ผมเจ็บปวดอย่างไม่มีวันจ่างหายได้ ผมกลับรู้สึกเจ็บทุกครั้งเมื่อเห็นรอยแผลนั้น มันย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าความทรงจำที่คิดเอง ความรู้สึกที่ไม่ได้รู้สึกถึงความรู้สึกของแม่ ด้วยความคิดที่เห็นแต่ตัวเองมองอะไรเพียงด้านเดียวถึงทำให้ผมเจ็บปวดถึงทุกวันนี้ ในวันที่ไม่มีแม่อยู่
คนเราก็เป็นอย่างนี้จะรู้คุณค่าอะไร ก็ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว ถึงจะได้รู้ว่าคุณค่าขอ
ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ได้จากเราไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน
เป็นหนังฝรั่ง
เริ่มจากภาพมุงสูงที่มองลงมายังพื้นดิน ที่แรกก็มองว่าคงเป็นเครื่องบินหรืออะไรสักอย่างที่คอยสอดส่องการกระทำหรือว่าอะไร หนังต่างประเทศจะผิดกับหนังไทยตรงที่ความคิดรวบยอดจะบอกที่ต้นเรื่องหรือเริ่มเรื่อง คล้ายกับเป็นการสรุปอะไรทำนองนี้
กล้องแพลนไปยังตึกต่างๆ ในมุมสูงที่เห็นเพียงหลังคาตึก ไล่เรื่อยๆ ลงมา ให้มองเห็นเหมือนกับว่าเรากับลังถูกจะตามองจากอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น อาจนะเป็นด้วยความที่ผมไม่รู้เรื่องของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ว่าเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไร ทำให้ผมมีอิสระที่จะดูและคิดตามที่ผู้กำกับใส่ให้ผม เหมือนเด็กที่สมองว่างเปล่า ดูสิ่งที่ภาพกำลังสื่อออกมา จึงทำให้ไม่รู้สึกขัดแย้ง แล้วแต่ว่าหนังจะพาไปในทิศทางใด ภาพมาจบด้วยสนามเด็กเล่นที่มีเสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังอยู่ไกล เหมือนจะบอกอะไรบ้างอย่าง ให้ต้องติดตาม
หญิงสาววัยกลางคน ท่าทางซึมเศร้ากำลังระลึกถึงความหลังของลูกชายวัย 9 ควบ ที่เสียชีวิตจากเครื่องบินตก
แต่กลับเป็นว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่ใช่น่าจะเรียกว่าฝังใจจำและยังนึกเสมอถึงลูกชายที่เสียชีวิตไป ถึงขนาดที่ต้องรับการบำบัดจากจิตแพทย์ไม่ใช่ให้ลืมแต่ให้ไม่รู้สึกมากเกินไปจนทำอะไรไม่ได้ จมอยู่กับเรื่องราวของลูก
... แต่ความจริงไม่ใช่อย่างที่เราคิด...
ขณะที่เธอพยายามทำตามที่แพทย์แนะนำ แต่ดูเหมือนเรื่องราวทั้งหมดกลับเลวร้ายลงไปอีก ทั้งสามีและ จิตแพทย์ บอกว่าเธอไม่เคยมีลูกตั้งแต่เธอเสียลูกไปขณะที่เธอคลอดเด็กไม่แข็งแรง เสียชีวิต เธอเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด
... แล้วอะไรเกิดขึ้นกับเธอกันแน่...
สัญชาติญาณของความเป็นแม่ สายสัมพันธ์ที่ไม่เคยจางหาย เธอรู้สึกว่าเธอมีลูก ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดไปเองอย่างที่สามี และจิตแพทย์บอก
...หรือเธอจะเป็นบ้าไปแล้ว...
...แล้วอะไรเป็นสาเหตุ...
หนี้ เธอต้องหนี้ ไม่ใช่หนี้เพื่อหลีกหนี้แต่เป็นการหนี้เพื่อไปหาข้อพิสูจน์สิ่งที่เธอคิดและรู้สึกนั้นเป็นความจริง
เธอพยายามหาเหตุผล หรือสาเหตุของสิ่งที่ทำให้เธอคิดว่าเธอมีลูก เธอไม่ได้คิดไปเอง ใช่แล้วยังมีฟางเส้นสุดท้าย ชายคนที่เธอเจอในสนามเด็กเล่น ลูกสาวเขาเป็นเพื่อนกับลูกชายของเธอเช่นกัน แต่ดูเหมือนฟางเส้นสุดท้ายคงขาดเสียแล้ว เขาเป็นคนติดเหล้าจดจำสิ่งใดไม่ได้อีกแล้วแม้นแต่ตัวเอง
แต่ก็ยังมีเชือกที่หยั่นลงมาเมื่อเธอมองไปที่กำแพงที่เหมือนรอยขาดอะไรบ้างอย่างที่ทำให้เธอมาที่นี่พร้อมกับลูกชายของเธอได้ ใช่แล้วมันเป็นผนังที่มีรอยวาดที่เกิดจากลูกสาวของเขาได้วาดไว้เธอจำได้
... แต่เขาจะจำอย่างที่เธอจำได้หรือเปล่า...
เชือกที่หย่อนลงมาขาดเสียแล้วเมื่อเขาไม่สามารถจำได้ว่าเคยมีลูกสาว และเธอเป็นใคร เธอถูกจับตัวโดยเจ้าหน้าที่อีกลุ่มที่ทำงานลับสุดยอด
เชือกเส้นสุดท้ายที่ห่อนลงมาไม่ได้ขาดเสียทีเดียว เมื่อเธอสาวขึ้นไปมากขึ้นเธอก็เริ่มเข้าใกล้ความจริง เขาก็เช่นกัน พยายามช่วยเธอออกมาจากกลุ่มที่พยามจับตัวเธอ ทั้งเขาและเธอรอดออกมาได้ถึงแม้นว่าเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ทุกวินาทีมีค่าที่จะทำให้เธอรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ และลูกสาวของเขา ความรักและสายใย ที่ทักทอ ถึงแม้นของผู้ชายจะไม่มากมายเท่าผู้หญิงแต่เขา และเธอมีความรักและความทรงจำที่ยากจะลบเลือนได้ความทรงจำที่ดี ความทรงจำอันมีคุณค่า ความต่างระหว่างชาย หญิงแม้นไม่สามารถเท่าเทียมกันได้ แต่คงบอกไม่ได้ว่าสิ่งไหนมากกว่ากัน ชีวิตเล็กๆ ได้เกิดขึ้นในกายเธอ ความรู้สึกทั้งมวลไม่มีสิ่งไหนจะมาลบล้างได้ สิ่งนี้กระมั่งที่หนังพยามบอกกับคนดู ไม่ว่าจะเป็นอะไรหรือเกิดอะไรขึ้นความรักระหว่าง แม่กับลูกยังคงอยู่ชั่วกาลเวลา ถึงแม้นจะมีอะไรมาขวางกัน ไม่เหมือนกับความรักของคู่รักสักวันอาจจางหายได้เมื่อถึงวันที่ไม่มีความรักความรู้สึกที่รักให้กัน แม้นแต่คนรู้จักและรักกันมากก็ไม่สามารถที่จะจดจำกันได้ แต่กับความรักที่แม่มีต่อลูกมันยิ่งใหญ่จริงๆ
หมายตุ : หนังเรื่องนั้นชื่อเรื่อง “Forgotten”
ความคิดเห็น