
เวลานี้รถยังติดอยู่ รอให้รถบางเบากว่านี้อีกสักนิด เป็นชีวิตปกติไปเสียแล้ว หากวันไหนกลับถึงบ้านไวเหมือนจะไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเอาเสียเลย การจารจรที่วุ่นวายทำให้เรามีเวลาให้กับคนในครอบครัวน้อยลง แต่สำหรับผมไม่เสียทีเดียว อย่างน้อยผมก็ได้นั่งอ่านหนังสือ มีเวลาอยู่กับตัวเอง คิดและตรึงตรองอะไรบางอย่างรวมถึงงานที่จะต้องทำ งานดีๆ บางทีก็คิดได้ระหว่างนั่งรถเมล์ แต่ถ้าเราเร่งรีบที่จะไปถึงจุดหมายคงทุรนทุรายไม่ใช่เล่น รถที่ติดอย่างไรสาเหตุ การขุด ซ่อม ก่อสร้าง ผมไม่เคยเห็นว่าจะมีสักวันที่สองข้างทางที่ผมผ่านมาหลายปี จะว่างเว้นจากการ ขุด ซ่อม สร้าง เอาเสียเลย หรือมันได้กลายเป็นนโยบายสำหรับคนบางกลุ่ม บางพวกไปเสียแล้ว จะมีไหมวันที่ถนนว่างเว้นจากสิ่งดังกล่าว (เจ้าพระคุณ โอมเพี้ยง)
ร้านที่ผมนั่งกับเพื่อนๆ เป็นร้านอาหารอีสานที่ตั้งริมฟุตบาท ราคาไม่แพง จะได้สบายกระเป๋า หากมีสตางค์มากขึ้นมาหน่อยในสิ้นเดือน ร้านแบบนี้จะเป็นตัวเลือกอันดับรองๆ ลงไป เมื่อใกล้ปลายเดือนจึงกลับมาเจอกันอีกครั้ง จนเจ้าของร้านที่สนิทคุ้นเคย แซ่วเอาบ่อยๆ
“พอสิ้นเดือนร้านผมจะเงียบไม่ค่อยเห็นพวกคุณๆ เลย”
“โถ่ ก็อยากเห็นเดือนเห็นตะวันกันบ้างซิเฮีย”
“กลับมาตายรังว่าอย่างนั้นเหอะ” แกไม่วายแขวะ
“เหมือเดิม ลีโอนาโด้”
กับแกล้มสองสามอย่างนำมาวางบนโต๊ะ ตามด้วยเบียร์ตามที่สั่ง เรื่องที่คุยก็ทั่วไป สาวที่เดินผ่านไปมา เรื่องที่ทำงาน เจ้านาย ลูกน้อง ยกเว้นเรื่องที่ไม่ดีของบุคคลที่นั่งรวมโต๊ะ ห้ามเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจเปลี่ยนจากโต๊ะร่วมเป็นสนามมวยได้
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับร้านข้างทางก็คือ บรรดาคนเร่ขายของไล่มาตั้งแต่ นักศึกษา (บอกว่าเป็นนักศึกษา) ขายถั่วลิสงเคลือบน้ำตาล กับมะขามแก้ว แรกๆ ก็ไม่แน่ใจ ลองซื้อด้วยอัถยาศัย พูดสุภาพ ก็อร่อยดีใช้ได้ พออุดหนุนกันได้
สำหรับดอกกุหลาบ จะมาพร้อมกับเด็กๆ หญิงผิวเข้มๆ ตาโตๆ คล้ายๆ แขกปากีสถาน พูดไทยไม่ค่อยชัด นอกจากประโยค “ช่วยซื้อดอกไม้หน่อยซิค่ะ” เพื่อนผมเคยหยั่งเชิงให้พูดคำอื่นๆ ฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ อันนี้จะมาเป็นขบวน เดินวนสองสามรอบ ถามคำถามเดิม ผมเห็นบางโต๊ะรอบแรกก็ใจแข็งพอรอบสองก็มีซื้อเหมือนกัน อย่างนี้กระมั่งถึงเดินถึงสองสามรอบ เพื่อเป็นการตัดสินใจ หลุดจากคนแล้วยังมีสัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว จะเคล้าคลอเคลียอยู่แถวๆ ใต้โต๊ะ ข้างๆ หนักหน่อยก็พันแข่งพันขาเสียเลย หากใครเผลอไปให้เศษอาหารเพื่อเป็นทานกับสัตว์ผู้ยากแล้วไซร้ คืนนั้นคงจะได้สัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นเพื่อนคลายเหงา ตลอดการนั่งดื่มเลยที่เดียว
ผมก็เผยอไปเช่นกัน แรกก็ตกใจว่าอะไรมาพันแข่งพันขาอยู่ใต้โต๊ะอดคิดว่าเพื่อนที่นั่งด้วยกันเปลี่ยนรสนิยม มารุกล้ำไม้ป่าเดียวกัน ก้มลงไปมอง เจ้าแมวกำลังเคลียคลออยู่ที่เท้า ด้วยความรักและสงสารจึงใช้เท้าที่มันกำลังนึกว่าเป็นแฟนมันอยู่ดีดกระเด็นออกไปสักสองเมตร กำลังคุยกันอยู่เพลินๆ เอาอีกแล้วครั้งนี้ไม่ตกใจ ปล่อยไปสักพัก เพราะคิดว่าอย่างไรมันคงไม่กล้าทำอนาจารกับขาผมเป็นแน่ แล้วที่ๆ ผมนั่งอยู่ก็เป็นริมถนน จึงปล่อยเลยตามเลย สักพักเมื่อมันไม่เห็นผมเล่นด้วยถึงถอยล่าไป การรบครั้งนี้ยังไม่จบลงด้วยความปราชัย คุยๆ กันอย่างออกรส มันมาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้มันขึ้นไปบนขอบกำแพงติดกับที่เรานั่งอยู่ เพื่อนผมเกิดอาการอยากให้ทาน หยิบเศษปากเป็ดทอดให้มัน แรกๆ มันก็กิน สักพักมันจึงเขมือบลงไป แถมเพื่อนยังบอกให้ผมหยิบในจานผมที่มีอยู่ค่อนข้างมากให้ ด้วยกลัวความผิดว่าเพื่อนจะกล่าวหาว่าผมกินกับเยอะ เนื่องจากเศษอาหารอยู่ในจานแบ่งมากเกินไป จึงหาวิธีทำลายโดยอาศัยวิธีทำลายหลักฐาน เจ้าแมวจึงเป็นคนรับช่วงไป มันคงอิ่ม หรือเศษเป็ดหมดแล้วจึงล่าถอยออกไป และผมก็ไม่ได้สนใจมันอีกเลย
ตามประสาในทำเลที่ผมนั่งใกล้ๆ กับสถานศึกษา จึงมีนักศึกษาเดินกันขวักไขว่ ให้เป็นอาหารตา รวมถึงโต๊ะข้างๆ
ในขณะที่ผมกำลังมองไปโต๊ะข้างๆ ก็เห็นเจ้าแมวตัวนั้นเขาไปหาแหล่งอาหารแหล่งใหม่ สำหรับโต๊ะนี้ เป็นวัยรุ่นผู้หญิงกับผู้ชาย โยนอาหารให้มันโดยที่มันยังไม่ได้ออกแรงคลอเคลียผิดกับโต๊ะของผมที่มันคลอเคลียจะขนล่วงติดกางเกงผมไปหาลายเส้น ผมก็เหลือบมองมันกับวัยรุ่นสองคนดูมามันจะทำอย่างไรต่อไป มันลงไปที่ถนน ไปป้วนเปี้ยนกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มสักสี่ห้าคนที่กำลังยืนรอรถ
ผมชี้ให้เพื่อนดู “สงสัยอิ่มแล้วซิ จะนั่งรถกลับบ้าน”
แท็กซี่วิ่งเข้ามาจอด เจ้าแมวยังเคลียคลอ เลยเถอดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถ รถวิ่งออกไป วัยรุ่นกลุ่มนั้นยังอยู่คงตกลงราคากันไม่ได้ หรือไม่ก็คงเห็นคนเยอะไม่คุ้มมั่ง
เฮ้ย...ผมร้องเสียงหลง
เจ้าแมวโชคร้ายตอนที่ต่อราคากันอยู่มันยังอยู่ใต้ท้องรถ และตอนระวิ่งออกไป มันก็อยู่ในรัศมีของล้อพอดี หัวของมันอยู่ใต้ล้อรถ ดิ้นกระดุก มันโดนทับที่หัวเข้าเต็มที่ คนกลุ่มนั้นเหมือนไม่รู้ว่ามีมันนอนดิ้นกำลังจะสิ้นใจ ไม่ทันทีจะได้พูดหรือทำอะไร รถแท็กซี่คันที่สองวิ่งเขามาจอด และวิ่งออกไปอีกในตำแห่นงเดียวกันกับที่เจ้าแมวนอนดิ้นอยู่ วัยรุ่นกลุ่มนั้นคงเห็นเจ้าแมวนอนดิ้นอยู่ จึงเดินไปเรียกรถอีกที่
ผมบอกเพื่อนผู้หญิงอย่าหันไปมอง แต่เธอก็หัน หนุ่มสาวสองคนที่อยู่ใกล้ ผมเห็นผู้หญิงหยิบกระดาษเช็ดชูขึ้นมาซับน้ำตา ดูเธอร้องไห้ออกมาอย่างจำนนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างๆ เธอ ยังไม่ทันที่ทุกอย่างจะเปลี่ยน เจ้าแมวยังคงกระตุกๆ รถเก๋งสีดำก็เลี้ยวปาดเข้าซอย ทับซ้ำเป็นครั้งที่สาม เด็กเจ้าของร้านผมนึกว่าคงเห็นเหตุการณ์ไม่กี่คน คนเกือบทั้งร้านเห็น ทุกคนเห็นรวมถึงผม
เด็กในร้านเข้ามาจับมันโยนไปข้างทางใกล้ๆ กับโต๊ะที่ผมนั่งอยู่ ผมมองตามไป มันยังคงกระตุกอีกสองครั้ง ก่อนที่จะแน่นิ่ง
ผมเดินเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงวิภาษณ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทุกคนเห็น ใช่…รวมถึงผม
ผมคิดว่ามันจะตายในครั้งแรก ที่โดนทับ หากทันตายเสียตอนนั้นผมคงไม่รู้สึกผิดลึกๆ อย่างนี้
ผมและคนอื่นๆ ก็คงเช่นกัน สามครั้งซ้อน เพราะว่ามันเป็นแมวใช่ไหม เพราะว่ามันไม่มีเจ้าของที่คอยดูแล มันเองก็คงไม่คิดว่าต้องมาจบชีวิตเช่นนี้...
ชิวิตราคาถูก ยิ่งเป็นชีวิตสัตว์ เราต่างเป็นผู้ดูความเป็นไปของโลก รองรับสิ่งที่เกิด และดับ
ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมคิดถึงเรื่องนี้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ผมทำได้เพียงแค่นั่งมองดู สิ่งที่เกิดขึ้น และดับไปเท่านั้น
ผมและเพื่อนๆ ออกจากร้าน และอดที่จะพูดถึงเรื่องแมวที่ตายไปไม่ได้ มันยังคงเป็นภาพที่ติดตาผมอยู่จนทุกวันนี้ ไปสู่สุขคติเถอะนะ.....คงเป็นคำพูดเดียวที่ผมบอกได้ เพราะว่าผมก็คงไม่ถูกยกเว้นเช่นกันเมื่อเวลานั้นมาถึง และไม่รู้ว่าจุดจบของผมจะเป็นเช่นไร....
ความคิดเห็น