ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องของกำลังใจ... มี่ใช่จักรยาน

แลนซ์ อาร์มสตรอง เรื่องของกำลังใจ... มี่ใช่จักรยาน

It’s not about the bike My journey back to life

แลนซ์ อาร์มสตรอง และ แชลสี เจนกินส์ : เขียน เกริกฤทธิ์ นานา : แปล


ผมก็แค่รู้จัก แลนซ์ อาร์มสตอง ในฐานะนักขี่จักรยานทางไกลที่ชนะรายการตูร์ เดอ ฟอร์ง เท่านั้นไม่รู้จักอะไรมากกว่านั้น

ที่ทำให้ผมรู้จักมากกว่านั้น เห็นจะเป็นสายรัดข้อมือสีเหลืองๆ ที่ฮิตๆ ในบ้านเราอยู่ช่วงหนึ่ง เขาทำเพื่อหาเงินทุนเข้าในมูลนิธิโรคมะเร็ง (ส่วนของเรียนแบบก็หาทุนเข้ากระเป๋าตัวเองไปตามระเบียบเช่นกัน)

เรื่องของกำลังใจ... ไม่ใช่จักรยาน เป็นชื่อหนังสือเกี่ยวกับประวัติแลนซ์ อาร์มสตอง ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน เรื่องราวต่างๆ และที่เป็นจุดหักเหชีวิตของเขากับการผจญกับโรคร้าย (มะเร็ง) และการต่อสู้เพื่อกลับมาบนหลังอานจักรยานอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่จักรยานจริงๆ

การที่คนๆ หนึ่งที่แข็งแรงเอามากๆ ประสบกับโรคร้าย มันย่อมไม่ธรรมดาเลยที่จะทำใจให้ยอมรับได้ และไม่ใช่ธรรมดาเลยที่จะข้ามผ่านไปได้เช่นกัน นี่คงเป็นคู่มือฉบับสร้างกำลังใจเพื่อต่อสู้กับสิ่งต่างๆ รวมถึงโรยร้ายด้วยก็ว่าได้

แลนซ์ เล่าว่าชีวิตในวัยเด็กของเขา ไม่ได้คาบช้อนเงิน ช้อนทองออกมา แต่ก็ไม่ถึงกับขันสน เขาไม่รู้จักพ่อที่แท้จริงของเขาเสียด้วยซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่เป็นเหตุหรือทำให้เขาต้องด้อย แม่ต่างหากที่เติมเต็มในสิ่งที่ขาดเหล่านั้น ถึงชิวิตจะไม่สมบูรณ์แต่ก็ไม่ถึงกับขาด จะบอกว่าจักรยานกระมั่งที่เขาสามารถควบคุมมันได้ และมันก็ทำให้เขาได้หลายๆ อย่าง จากจักรยานเช่นกัน ไม่ว่าจะชื่อเสียง ได้ไปยังสถานทีแปลก ต่างๆ รวมถึงเงินทอง

แลนซ์เล่าว่าเขาไม่เคยรู้เลยว่าเหตุที่แท้จริงของการขี่จักรยาน จนเมื่อเขาเกิดโรคร้าย นั่น ทำให้เขาเข้าใจว่าการขี่จักรยานมันมีความหมายกับเขามากเพียงใด มันไม่ใช่สิ่งต่างๆ ที่เขาเคยได้รับ มันมีมากกว่านั้น มันคือชีวิต....

ทุกครั้งที่แลนซ์ลงแข่งขัน เขาจะขับให้เร็วเร็วที่สุด เร็วกว่าคนอื่นๆ เหมือนดังวัวกระทิงที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต หลายครั้งความระห่ำก็ได้สอนบทเรียนที่เจ็บปวดกับเขาหลายครั้ง เช่นการแข่งขันในรายการ เขาขับเร่งตั้งแต่ออกสตาร์ทเร่งแซงคู่ต่อสู้ เพื่ออยู่แถวหน้า ในการแข่งขันเพื่อถึงชัยชนะ ความแข็งแกร่งอย่างเดียวไม่พอ เราต้องทำงานเป็นทีม มีการบังลม ป้องกันการทำร้ายจากคู่แข็ง เบนความสนใจ และรวมถึงทำร้ายคู่ต่อสู้ให้หมดแรง โดยการให้คนในทีมขี่หรอกคู่แข็งให้แซงไปเพื่อให้หมดแรง เมื่อโอกาสมาถึงจึงฉกฉวย ยามไหนที่ควรจะเร่งแซง เวลาไหนที่ควรจะพัก ผมเองก็พึ่งเข้าใจเช่นกันว่าในการแข่งจักรยานมันเป็นอย่างนี้เอง แล้วยิ่งรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ที่เราๆ เคยได้ยินคือ รายการ ตูร์ เดอ ฟอร์ง ที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ทั้งโหด ทั้งหิน คนที่จะผ่านเข้าเส้นชัยได้ทั้งร่างกาย และจิตใจต้องทรหดจริงๆ จึงมีนักแข่งมากมาย บางคนขอเพียงได้ลงแข่งถึงจะเข้าเป็นคนสุดท้ายก็ตาม

นอกจากความรู้เรื่องการแข่งขัน อีกเรื่องที่เป็นจุดหักของชีวิต ที่ทำให้เขาเลือกที่จะกลับมาหรือว่าอยู่อย่างคนธรรมดาที่หายจากโรค มะเร็ง ใครจะคิดว่าผู้ชายที่แข็งแรง นักกีฬาที่ยิ่งใหญ่เช่นเขา จะเป็นโรคที่ว่าได้ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเขาไม่รู้ เขารู้เพียงว่ามันอยู่ในร่างกายของเขาแล้ว และทันที่ที่รู้ตัวมันก็โจมตีเขาเหมือนกับเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ต้องเขี่ยให้ตกทาง มันรวดเร็วเสียเหลือเกิน

มนุษย์มีทางเลือกมากมายบางคนเลือกที่จะยอมจำนน แต่สำหรับแลนซ์ การที่เขาเป็นนักกีฬาคงมีส่วนที่ทำให้เขาไม่เลือกที่จะรอวันตาย เขาเลือกที่จะสู้กับมัน ถึงจะมารู้ที่หลังว่าเขามีทางรอดเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หรือจะเรียกว่าไม่มีทางรอดเลยก็ว่าได้ และถึงแม้นเขาจะเป็นผู้รอดชีวิตจากโรคร้าย แต่ก็ยังมีโรคบางอย่างที่ต้องเจอในข้างหน้า

เขาบอกว่าหากให้เขาเลือกระหว่างการเป็นมะเร็ง กับการขี่จักรยาน ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่า มะเร็งสอนให้เขารักชีวิต และเข้าใจชีวิต ส่วนจักรยานทำให้เขามีชีวิตเพราะตลอดเวลาจักรยานทำให้เขาได้มีสิ่งต่างๆ อย่างที่เขามี รวมถึงให้เขามีวันนี้วันที่เขาได้ขี่จักร และบอกคนทั้งโลกว่า เขาไม่ใช่ใครๆ ที่จะมาต่อกรได้แม้นแต่โรคมะเร็งก็ตาม แต่กว่าจะผ่านเส้นทางอันสาหัสมาได้เขาก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ต่อนี้ไปเขาคงไม่กลัวอะไรอีกแล้ว หลังจากผ่านการทดสอบที่ยิ่งใหญ่มาได้ การทำอะไรบ้างอย่างเพื่อคนอื่นบ้าง อย่างน้อยผมก็เป็นเพื่อน เป็นคนๆหนึ่งที่เคยผ่านบทเรียนเลวร้าย ไม่ได้มีแต่คุณเท่านั้นที่ยืนอยู่ไร้จุดหมาย อยู่ที่ว่าคุณกล้าที่จะไปถึงจุดหมาย หรือว่าเลือกที่จะออกจากเส้นทาง ก่อนถึงเส้นชัย ผมยืนคอยคุณอยู่ ถึงแม้นคุณจะเขาเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายก็ตาม

เส้นทางที่ขี่ขึ้นเขา ด้วยความเร็ว 40-60 ไมล์ เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ฝน อากาศหนาว ร้อน คุณไม่สามารถรู้เลยว่าวันนั้นจะเจอกับอากาศอันแปรปรวนอย่างไร มีเพียงคุณกับจักรยานเท่านั้น

เส้นชัยอยู่ข้างหน้านั่นคือจุดหมายที่คุณจะต้องไปให้ถึง แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างนักแข่งทุกคนเสมอไป บางคนทนไม่ไหวกับเส้นทางหฤโหดเช่นนี้จึงต้องออกนอกเส้นทางไปก่อนถึงจุดหมาย และบางคนก็กลับมาอีกในการแข่งขันครั้งต่อไป เพียงสักครั้งหรือครั้งสุดท้ายสำหรับบางคน แลนซ์ อาร์มสตอง ก็เช่นกัน หลังจากที่เขาเคยได้ชัยชนะในครั้งนั้น แต่ไม่ใช่คนที่หายจากโรคร้าย หรือคนที่หายจากอาการป่วยเช่นเขา เขากำลังจะบอกอะไรบางอย่างที่คนป่วยและไม่ป่วย กำลังหามาตลอดชีวิตก็เป็นได้ เปล่าเขาไม่ได้ติดใจในชัยชนะที่เคยได้มันมีอะไรมากมากกว่านั้น จะเรียกว่า เรื่องของกำลังใจ... ไม่ใช่จักรยาน คงไม่ผิดจากนั้นจริงๆ

เขากำลังทำอะไร ขี่จักรยานเพื่ออะไร และคิดอะไรอยู่ในขณะที่อยู่บนอาน ชัยชนะที่ได้มาบอกอะไรได้มากกว่าเงินทอง หรือเพียงเพราะว่ามันมีอะไรที่มากกว่าจักรยาน

สำหรับผม ผมจะออกไปหาซื้อจักรยานสักคัน ขี่ไปในสถานที่ต่างๆ ให้ลมปะทะกับใบหน้า มองสองข้างทาง สูดหายใจลึกๆ อยากจะรู้ว่าแลนซ์ คิดอะไรเมื่ออยู่บนอานเล็กๆ นั่น

1255-090207

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมย์ สู้ สู้... ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เดินเด่นห้างสรรพสินค้าบ่อยนัก อากาศร้อนๆ อย่างนี้การได้หลบพักร้อนในห้างที่มีแอร์เย็นๆ ได้มองดูสิ่งของ (ถึงแม้นจะไม่ได้ซื้อหาก็ตามที) เป็นการลงแรงที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แถมประหยัดอีกโข ผมเดินดูข้าวของที่นำมาวางขายมีทุกสิ่ง เรียกว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็ว่าได้ ข้าวของที่เห็นหนาตาหน่อยจะเป็นสิ่งของผู้หญิง ว่ากันว่าสำหรับผู้หญิง การได้เดินเลือกซื้อของเป็นสุดยอดของการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งในการผ่อนคลายยิ่งถ้าได้ของที่ตัวเองคิดว่าราคาไม่สูง ได้ต่อรอง ไปๆ มาๆ เมื่อรวมกันก็ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้กระมั่งข้าวของต่างๆ จึงมีแต่ของใช้ผู้หญิงเป็นส่วนมาก ผมได้ยินเสียง จะเรียกว่าเสียงตะโกนหรือเสียงเชียร์ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าดังจนผมเองเดินไปหาทางต้นเสียงเรียกชื่อนั้น “ เมย์ ” สิ่งที่ผมได้เห็น แท่นหน้าผาจำลอง ที่มีเด็กผู้หญิง อายุประมาณแปดขวบ กับเด็กผู้หญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย กำลังปีนป่ายหน้าผ้าจำลองที่ทางห้างนำมาจัดกิจกรรม มีคงมุงดูกันพอประมาณ ผมก็มองว่าไม่แปลกอะไรเพราะทางห้าง ก็จัดกิจ...

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง

หากถามว่าได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ คงต้องขอบอกก่อนว่าผมเองเป็นคนชอบดูหนังเหมือนกัน จำได้สมัยที่มี วิดีโอ ผมมักเช่าหนัง 4-5 ม้วนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้ดูหนังบ่อย หมายถึงหนังในโรงภาพยนตร์ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่จำได้เพราะไปดูกับที่บ้าน ไปกันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นเตี่ยที่ไม่ได้ไป ดูที่ในตลาดปากน้ำ (สมุทรปราการ) ชื่อโรงหนังราชา กับอีกโรงที่เจ้งไปแล้ว ในสมุทรปราการจะมีโรงหนังอยู่สองแห่งในสมัยนั้น โรงหนังราชาราคาค่าบัตรจะไม่แพงเท่าอีกโรง ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่จะหรูหรากว่าโรงหนังราชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีโรงหนังในห้าง บั๊กซี โลตัส เลยมาหน่อยที่ซีคอน เสรี มากมายไปหมด รวมถึงราคาด้วยที่แพงไปตามสถานที่ด้วย ในตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท เรื่องที่ไปดูในตอนนั้น ชื่อเรื่อง “ น้ำพุ ” ที่เล่นโดยอำพล ลำพูน ทำให้ผมติดสไตล์ทั้งการแต่งตัว ที่ต้องใส่สร้อยดินเผาเป็นแถบคล้ายกับจับปิ้ง รวมถึงการพูด ที่ต้องลงท้ายด้วยคำว่า “ ฮะ ” แทนคำว่าครับ ในบ้างครั้งยังติดมาถึงทุกวันนี้ มาฟังอีกที รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่คงเป็นด้วยอิทธิพล หรือการเรียนแบบ ซะมากกว่า คงไม่ผิดที่เร...

ขนมปัง

ป้ายรถเมล์ป้ายนี้จะเป็นป้ายสุดท้าย ที่ผมจะลงรถเมล์เป็นประจำเพื่อแล้ว เดินอีก เข้าซอยไปอีกทอดหนึ่งจึงถึงที่ทำงาน แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อรถรถเมล์ได้ ก็เดินจ้ำๆ เห็นคนรอรถเมล์ไม่กี่คน แต่ทุกวันก็มีบางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไรบางขาดหายไป ไม่ใช่ป้ายรุเมล์หายไปไหนหรือคนที่ผมมองไว้ไม่มาคอยรถเมล์ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ใช่แล้วชีวิตเล็กๆ แต่ไม่ใช่มนุษย์ มันจะนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ กับที่นั่งรอรถเมล์ ขนสีน้ำตาลอ่อน ปอกคอสีน้ำเงินนั่งหมอบเหมือนรอใครมากกว่าที่นั่งหมอบรอรถเมล์ ทุกครั้งเมื่อผมลงรถเมล์ที่ป้ายแห่งนี้ ก็ให้รู้สึกสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเรื่องของหมา คนอย่างผมไม่จำเป็นจะต้องรู้ แต่ผมก็อดไม่ได้ตามนิสัยคนอยากรู้เรื่องหมา ดูจากลักษณะท่าหมอบแล้วคงเป็นหมาที่มีการศึกษาเหมือนกัน สายตาของมันมองคนที่ลงรถเมล์เหมือนกับว่ารอคอยบางอย่าง ทำให้ผมอดคิดเล่นไม่ได้ว่า หรือว่ามาคอยเจ้าของ ที่สั่งมันให้คอย หรือว่าคอยเจ้าของที่ไม่เคยกลับมา... (คิดไปโน้น) เจ้าของอาจจะประสบอุบัติเหตุแล้วทำให้มันต้องมาคอยเจ้าของที่ไม่มีวันกลับมา คอย คอย และคอย หรือว่ามันไม่มีอะไรทำ แต่ผมดูแล้วมันน่าจะหาอะไรเ...