ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขนมปัง

ป้ายรถเมล์ป้ายนี้จะเป็นป้ายสุดท้าย ที่ผมจะลงรถเมล์เป็นประจำเพื่อแล้วเดินอีก เข้าซอยไปอีกทอดหนึ่งจึงถึงที่ทำงาน

แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อรถรถเมล์ได้ ก็เดินจ้ำๆ เห็นคนรอรถเมล์ไม่กี่คน แต่ทุกวันก็มีบางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไรบางขาดหายไป ไม่ใช่ป้ายรุเมล์หายไปไหนหรือคนที่ผมมองไว้ไม่มาคอยรถเมล์ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ใช่แล้วชีวิตเล็กๆ แต่ไม่ใช่มนุษย์ มันจะนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ กับที่นั่งรอรถเมล์

ขนสีน้ำตาลอ่อน ปอกคอสีน้ำเงินนั่งหมอบเหมือนรอใครมากกว่าที่นั่งหมอบรอรถเมล์ ทุกครั้งเมื่อผมลงรถเมล์ที่ป้ายแห่งนี้ ก็ให้รู้สึกสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเรื่องของหมา คนอย่างผมไม่จำเป็นจะต้องรู้ แต่ผมก็อดไม่ได้ตามนิสัยคนอยากรู้เรื่องหมา

ดูจากลักษณะท่าหมอบแล้วคงเป็นหมาที่มีการศึกษาเหมือนกัน สายตาของมันมองคนที่ลงรถเมล์เหมือนกับว่ารอคอยบางอย่าง ทำให้ผมอดคิดเล่นไม่ได้ว่า หรือว่ามาคอยเจ้าของ ที่สั่งมันให้คอย

หรือว่าคอยเจ้าของที่ไม่เคยกลับมา... (คิดไปโน้น)

เจ้าของอาจจะประสบอุบัติเหตุแล้วทำให้มันต้องมาคอยเจ้าของที่ไม่มีวันกลับมา คอย คอย และคอย

หรือว่ามันไม่มีอะไรทำ แต่ผมดูแล้วมันน่าจะหาอะไรเล่นได้ดีกว่านั่งหมอบนิ่งๆ มองหาอะไรอย่างนี้

หรือว่ามันคอยรถเมล์เพื่อไปทำธุระก็ได้ แล้วผมก็เห็นมันหมอบอยู่ทำไมมันไม่ยืนเพื่อจะได้เห็นรถเมล์ได้ไกล โบกใกล้เมล์จอดไม่ทัน จะไม่ได้ขึ้นเสียเวลาเปล่าๆ

หรือว่ามันเป็นหมาขอทาน แต่ผมก็ไม่เห็นกระป๋องตั้งอยู่ข้างหน้ามัน แล้วดูมันออกจะหยิ่งๆ อยู่ด้วย มันคงมีศักดิ์ศรีของชาติหมาอย่างมันก็ได้ ถึงมันจะเป็นหมาพันทาง แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องขอใครกิน

ผมก็ไม่รู้เป็นอะไรทำไมสนใจเรื่องหมาๆ แต่ผมว่ามันมีประเด็นที่น่าสนใจดีเหมือนกัน คิดดูซิคนเราหาลองมาคอยใครสักคนทุกวัน ในเวลาเดียวกันตลอด ทุกวัน ทุกวัน จะมีแรง หรือความอดทนเท่าหมาที่ผมเห็นหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นการรอคอยที่ว่างเปล่า วันแล้ววันเล่า โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ วันไหน เวลาไหน ถึงจะเจอคนที่เรารอ มันทรมานนะ (ผมเคยรอแล้ว มันจะบ้าเอา) แล้วเจ้าหมาตัวนี้มันรอใคร หรือว่ามันไม่มีอะไรทำจริงๆ หรือว่ามันเป็นหมาบ้า

ผมนึกอยากจะซื้อขนมไปฝากมันเหมือนกัน อย่างน้อยผมก็อยากแสดงน้ำใจกับมันบ้าง แต่มันคงไม่รับของจากผมอย่างที่บอกไปแล้วดูจากลักษณะของมันแล้วมันไม่ยอมรับอะไรจากใครง่ายๆ ถ้ามันไม่รับผมก็คงเจ็บไว้กินเอง อยากที่สุภาษิตลาวบอกว่า ขนมปังก้อนเดียวโยนให้หมาแดก ถ้าหากหมาไม่แดกก็แดกเสียเอง...

แล้ววันที่ผมรู้สึกบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปจากป้ายรถเมล์แห่งนี้ ใช่ผมไม่เห็นเจ้าหมาตัวนั้นที่ป้ายรถเมล์แห่งนี้เสียแล้ว

ในตอนแรกผมคิดว่าผมคงมาถึงสายเกินไปที่จะทักทายกันทางสายตา ทุกครั้งที่ผมลงรถเมล์ผมจะมองทักทายกับมันเสมอ แต่มันไม่ค่อยกล้ามองสบตาผมเท่าไหร่ ดูมันไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าอย่างผมก็เป็นได้ หรือว่าผมมาถึงผิดเวลากว่าทุกวันที่เคย ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ผมจะมาเช้าๆ กว่านี้เพื่อจะได้เจอแกเจ้าหมา ผมบอกกับตัวเอง (ในใจ)

ผมลงทุนตื่นเช้าผิดปกติสำหรับผมที่ไม่เคยตื่นมาเช้าขนาดนี้ ทันที่ที่ผมลงป้ายก็มองหาเจ้าหมา ว่างเปล่า ไม่มีแม้นเงา หมาเจ้าถิ่นทำร้ายมันหรือหมั่นไส้มันหรือเปล่าที่มันมานั่งแอ็กหมาทุกวัน เจ้านายของมันมารับกลับไปแล้วหรือเปล่า หรือว่าขณะที่มันกลับบ้านข้ามถนนแล้วเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหมา ตายตามเจ้านายไป หรือว่ามันตัดสินใจจบชีวิตหมาเพื่อไปอยู่กับเจ้านายของมัน จะได้ไม่ต้องมานั่งรอ แต่ถ้ามันคิดผิดหละ เจ้านายของมันไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่ย้ายบ้านแล้วไม่ได้ลงป้ายรถเมล์นี้ หรือว่าเจ้านายทิ้งมันเพราะเห็นมันเป็นหมาพันทางอยากได้หมาพันธ์ฝรั่ง เนื่องจากเจ้านายมีสตางค์มากขึ้น ได้เลื่อนขั้น ถ้าหากเลี้ยงหมาพันทางจะโดนสังคมดูแคลน หรือเจ้านายมันซื้อรถแล้ว ไม่นั่งรถเมล์อีกแล้ว เจ้านายจำมันไม่ได้อีกแล้วว่าเคยบอกกับมันให้รถอยู่ที่นี่ ทิ้งมันไว้กับที่ป้ายรถเมล์แห่งนี้ มันจะรถไปอีกนานกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ขอลาก่อนกับการรอที่ไร้จุดหมาย

...อี้ดดดด (เสียงรถเบรก) โครม (เสียงชน)

หมาใครวะข้ามถนนไม่ดูรถ (เสียงคนที่ป้ายรถเมล์พูด)

ผมหันไปมองเสียงทางที่มาของเสียงนั้น...

ผมเดินเข้าซอยเพื่อไปทำงาน วันนี้เจ้านายผมคงแปลกใจที่ผมมาทำงานแต่เช้า วันนี้ผมจะเอาขนมปังไส้ (เมธินี) ลูกเกด กินกับกาแฟ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมย์ สู้ สู้... ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เดินเด่นห้างสรรพสินค้าบ่อยนัก อากาศร้อนๆ อย่างนี้การได้หลบพักร้อนในห้างที่มีแอร์เย็นๆ ได้มองดูสิ่งของ (ถึงแม้นจะไม่ได้ซื้อหาก็ตามที) เป็นการลงแรงที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แถมประหยัดอีกโข ผมเดินดูข้าวของที่นำมาวางขายมีทุกสิ่ง เรียกว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็ว่าได้ ข้าวของที่เห็นหนาตาหน่อยจะเป็นสิ่งของผู้หญิง ว่ากันว่าสำหรับผู้หญิง การได้เดินเลือกซื้อของเป็นสุดยอดของการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งในการผ่อนคลายยิ่งถ้าได้ของที่ตัวเองคิดว่าราคาไม่สูง ได้ต่อรอง ไปๆ มาๆ เมื่อรวมกันก็ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้กระมั่งข้าวของต่างๆ จึงมีแต่ของใช้ผู้หญิงเป็นส่วนมาก ผมได้ยินเสียง จะเรียกว่าเสียงตะโกนหรือเสียงเชียร์ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าดังจนผมเองเดินไปหาทางต้นเสียงเรียกชื่อนั้น “ เมย์ ” สิ่งที่ผมได้เห็น แท่นหน้าผาจำลอง ที่มีเด็กผู้หญิง อายุประมาณแปดขวบ กับเด็กผู้หญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย กำลังปีนป่ายหน้าผ้าจำลองที่ทางห้างนำมาจัดกิจกรรม มีคงมุงดูกันพอประมาณ ผมก็มองว่าไม่แปลกอะไรเพราะทางห้าง ก็จัดกิจ...

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง

หากถามว่าได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ คงต้องขอบอกก่อนว่าผมเองเป็นคนชอบดูหนังเหมือนกัน จำได้สมัยที่มี วิดีโอ ผมมักเช่าหนัง 4-5 ม้วนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้ดูหนังบ่อย หมายถึงหนังในโรงภาพยนตร์ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่จำได้เพราะไปดูกับที่บ้าน ไปกันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นเตี่ยที่ไม่ได้ไป ดูที่ในตลาดปากน้ำ (สมุทรปราการ) ชื่อโรงหนังราชา กับอีกโรงที่เจ้งไปแล้ว ในสมุทรปราการจะมีโรงหนังอยู่สองแห่งในสมัยนั้น โรงหนังราชาราคาค่าบัตรจะไม่แพงเท่าอีกโรง ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่จะหรูหรากว่าโรงหนังราชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีโรงหนังในห้าง บั๊กซี โลตัส เลยมาหน่อยที่ซีคอน เสรี มากมายไปหมด รวมถึงราคาด้วยที่แพงไปตามสถานที่ด้วย ในตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท เรื่องที่ไปดูในตอนนั้น ชื่อเรื่อง “ น้ำพุ ” ที่เล่นโดยอำพล ลำพูน ทำให้ผมติดสไตล์ทั้งการแต่งตัว ที่ต้องใส่สร้อยดินเผาเป็นแถบคล้ายกับจับปิ้ง รวมถึงการพูด ที่ต้องลงท้ายด้วยคำว่า “ ฮะ ” แทนคำว่าครับ ในบ้างครั้งยังติดมาถึงทุกวันนี้ มาฟังอีกที รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่คงเป็นด้วยอิทธิพล หรือการเรียนแบบ ซะมากกว่า คงไม่ผิดที่เร...