ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผมจะเป็นคนดี

ไฟฝัน... วันเยาว์
เรียบเรียง ประภัสสร เสวิกุล

ผมเคยเห็นหนังสือเล่มนี้หลายครั้งที่ร้านหนังสือที่ผมมักจะแวะไปหาซื้อหนังสือใหม่ๆ เห็นขึ้นป้ายไว้ว่าหนังสือขายดี ผมไม่รู้จักผู้เขียนมาก่อน และด้วยคิดว่าคงเป็นเรื่องประวัติคนดัง ที่เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาทั่วๆ ไป คงไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ยอดพิมพ์ก็เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สอง และสาม แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจของผมได้ วันหนึ่งเข้าไปอ่านเรื่องราวในเว็ปบอร์ด ของคุณประภัสสร เสวกุล ที่บอกว่าเป็นคนเรียบเรียงเรื่องนี้เอง ก็ให้แปลกใจเหมือนกันว่านักเขียนที่เราชื่นชอบเป็นคนเรียบเรียง ผมออกจากร้านหนังสือแค่มองผ่าน หนังสือที่ขึ้นอันดับ และขายดี แต่ไม่มีอะไรกระตุ้นต่อมผมได้

ผมนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้าน ไปรษณีย์มาส่งจดหมาย มีซองอะไรมาให้ด้วย ผมแกะออกอ่านเพื่อนคงส่งหนังสือมาให้แน่ๆ เลย เพราะหลายครั้งเพื่อนผมมักจะส่งหนังสือมาให้เสมอ ผมแกะออกดูเป็นหนังสือ ผมจะเป็นคนดี ให้แปลกใจ เพื่อนเข้ากำชับในจดหมายว่าเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตในต่างจังหวัดสมัยสงครามโลกครั้งที่ สอง อ่านแล้วได้ความรู้เรื่องราวสมัยก่อนดี อยากให้ผมได้อ่าน

ผมอ่านไปสองสามหน้า น่าสนใจหลายๆ อย่าง ผมไม่เคยคิดเลยว่าแค่สองสามหน้าแรกทำให้ผมไม่สามารถวางหนังสือเล่มนี้ได้เสียแล้ว เรื่องราวต่างๆ เกร็ดความรู้ในสมัยสงครามโลก เรื่องราวของคนจีนที่อพยพเข้ามา การดำเนินชีวิต วิถีชีวิต การต่อสู้ดิ้นรน

แต่สำหรับผมในเวลานี้หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เท่านั้น แต่มันคือเชื้อไฟ ทำให้ผมลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับความจริง ความจริงที่ผมกำลังหลีกหนี้ ผมเพียงแต่ต้องการหลบไปสักพัก นั่นคือเหตุผลที่ผมบอกกับตัวเอง หรือคงเป็นข้ออ้างให้ตัวเองมากกว่า

คนเราถ้าไม่ยอมแพ้ ฟันฝ่า ไม่ว่าสิ่งที่จะได้มาจะเป็นอย่างไรล้วนเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เรากล้าแกร่ง อย่างคุณวิกรม ท่านอาจจะใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อรวบรวมประสบการณ์ และเวลาที่เหลือเก็บเกี่ยวผมพวงจากมัน หลายครั้งล้มไม่เป็นท่า หลายคราเหมือนจะไปได้ดี แต่กว่าจะมีวันนี้วันที่ใครๆ อิจฉา ไม่ใช่ใครสามารถจับให้ท่านยืน ท่านเลือกที่จะมายืนอยู่ในที่ๆ ท่านเลือก เราต่างเลือกและถูกเลือก แต่ไม่ใช่ว่าทุกคน

ปัญหาทุกปัญหา อุปสรรคทุกอุปสรรค ต่างนำมาซึ่งความรู้ บางครั้งเจ็บปวด บางครั้งทุกข์สากรรณแต่ใช่ว่าเราจะต้องยอมจำนนท์ ผมไม่เคยเห็นในตัวหนังสือ คำพูดของท่านเรื่องโชคชะตาเลยสักครั้ง มีแต่คำพูดที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย คงเหมือนกับการจะก้าวเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาความเป็นที่หนึ่งนั่นซิ และผมก็คิดว่าท่านไม่ได้ต้องการเป็นที่หนึ่ง ท่านต้องการเพียงเพื่อ ทำประโยชน์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ จากคนใกล้ๆ ตัว แล้วขยายวงกว้างออกไป คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนเป็นแสนๆ มีงานทำ และมีอาชีพก็คือคนที่ชื่อว่า วิกรม ดิษฐ์ คนนี้

ในวันนี้วันที่ผมท้อถอย ขาดกำลังใจ ผมไม่คิดว่าโชคชะตาชีวิตจะเล่นตลกกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมไม่โทษใคร แต่กลับหันมามองดูตัวเอง คุณวิกรมไม่เคยโทษโชคชะตาเลยสักครั้ง แต่ผมกลับมองชะตา จริงๆ ทุกอย่างเราเป็นคนกำหนด ทุกสิ่งที่เราเป็น คงขึ้นอยู่กับโอกาส ผมอาจจะมีโอกาสน้อยหรือไม่ไขว่คว้าหาโอกาสให้ตัวเอง มัวแต่โทษโชคชะตา และรอให้โอกาสเข้ามา

กำลังใจผมคงต้องสร้างมันขึ้นมาเอง โอกาสผมก็คงต้องหาเองเช่นกัน ก็ให้รู้ไปว่าจะไม่มีโอกาสกลับมายืนได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังตัวอย่างที่ผมเห็นได้จากชีวิตของคนๆ หนึ่งที่ฝ่าฟัน คำถามกลับมาที่ผมว่า ผมทุ่มเท อดทน ได้แม้นเพียงส่วนน้อยของเขาได้หรือยัง ผมหาโอกาสและวิ่งหาหรือว่าหลีกหนี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมโดนสถานการณ์อย่างนี้ และคงบอกไม่ได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าผมเจอมรสุมแล้วผมต้องกลับหันหัวเรือกลับทุกครั้ง เมื่อไหร่ที่ผมจะไปถึงจุดหมายได้ ทุกสิ่งต้องมีหนทางเสมอ วิกฤต มักจะมีโอกาสอยู่เสมอ ผมจะหามันให้เจอ เพื่อตัวผมเองและคนรอบข้าง

ไม่มีประโชยน์ที่จะมานั่งจมอยู่กับมรสุม ทะเลออกกว้างไกล หนทางอีกยาวไกล ลูกเรืออีกเต็มลำ ผมจะฟันฝ่า สู่ทะเลเพื่อจุดหมาย....

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
และมาเยี่ยมค่ะ
เคยเห็นหนังสือเล่มนี้บ่อยๆ
แต่ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
คิดเหมือนกันเลย
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
หนังสือดีๆๆ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมย์ สู้ สู้... ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เดินเด่นห้างสรรพสินค้าบ่อยนัก อากาศร้อนๆ อย่างนี้การได้หลบพักร้อนในห้างที่มีแอร์เย็นๆ ได้มองดูสิ่งของ (ถึงแม้นจะไม่ได้ซื้อหาก็ตามที) เป็นการลงแรงที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แถมประหยัดอีกโข ผมเดินดูข้าวของที่นำมาวางขายมีทุกสิ่ง เรียกว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบก็ว่าได้ ข้าวของที่เห็นหนาตาหน่อยจะเป็นสิ่งของผู้หญิง ว่ากันว่าสำหรับผู้หญิง การได้เดินเลือกซื้อของเป็นสุดยอดของการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งในการผ่อนคลายยิ่งถ้าได้ของที่ตัวเองคิดว่าราคาไม่สูง ได้ต่อรอง ไปๆ มาๆ เมื่อรวมกันก็ไม่น้อยทีเดียว ด้วยเหตุนี้กระมั่งข้าวของต่างๆ จึงมีแต่ของใช้ผู้หญิงเป็นส่วนมาก ผมได้ยินเสียง จะเรียกว่าเสียงตะโกนหรือเสียงเชียร์ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าดังจนผมเองเดินไปหาทางต้นเสียงเรียกชื่อนั้น “ เมย์ ” สิ่งที่ผมได้เห็น แท่นหน้าผาจำลอง ที่มีเด็กผู้หญิง อายุประมาณแปดขวบ กับเด็กผู้หญิงอีกคนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย กำลังปีนป่ายหน้าผ้าจำลองที่ทางห้างนำมาจัดกิจกรรม มีคงมุงดูกันพอประมาณ ผมก็มองว่าไม่แปลกอะไรเพราะทางห้าง ก็จัดกิจ...

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง

หากถามว่าได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ คงต้องขอบอกก่อนว่าผมเองเป็นคนชอบดูหนังเหมือนกัน จำได้สมัยที่มี วิดีโอ ผมมักเช่าหนัง 4-5 ม้วนทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าด้วยอะไรหลายอย่างทำให้ผมไม่ได้ดูหนังบ่อย หมายถึงหนังในโรงภาพยนตร์ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกที่จำได้เพราะไปดูกับที่บ้าน ไปกันเกือบทั้งบ้าน ยกเว้นเตี่ยที่ไม่ได้ไป ดูที่ในตลาดปากน้ำ (สมุทรปราการ) ชื่อโรงหนังราชา กับอีกโรงที่เจ้งไปแล้ว ในสมุทรปราการจะมีโรงหนังอยู่สองแห่งในสมัยนั้น โรงหนังราชาราคาค่าบัตรจะไม่แพงเท่าอีกโรง ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่จะหรูหรากว่าโรงหนังราชา ไม่เหมือนตอนนี้ที่มีโรงหนังในห้าง บั๊กซี โลตัส เลยมาหน่อยที่ซีคอน เสรี มากมายไปหมด รวมถึงราคาด้วยที่แพงไปตามสถานที่ด้วย ในตอนนั้นผมจำไม่ได้ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท เรื่องที่ไปดูในตอนนั้น ชื่อเรื่อง “ น้ำพุ ” ที่เล่นโดยอำพล ลำพูน ทำให้ผมติดสไตล์ทั้งการแต่งตัว ที่ต้องใส่สร้อยดินเผาเป็นแถบคล้ายกับจับปิ้ง รวมถึงการพูด ที่ต้องลงท้ายด้วยคำว่า “ ฮะ ” แทนคำว่าครับ ในบ้างครั้งยังติดมาถึงทุกวันนี้ มาฟังอีกที รู้สึกว่าไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่คงเป็นด้วยอิทธิพล หรือการเรียนแบบ ซะมากกว่า คงไม่ผิดที่เร...

ขนมปัง

ป้ายรถเมล์ป้ายนี้จะเป็นป้ายสุดท้าย ที่ผมจะลงรถเมล์เป็นประจำเพื่อแล้ว เดินอีก เข้าซอยไปอีกทอดหนึ่งจึงถึงที่ทำงาน แรกๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อรถรถเมล์ได้ ก็เดินจ้ำๆ เห็นคนรอรถเมล์ไม่กี่คน แต่ทุกวันก็มีบางสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไรบางขาดหายไป ไม่ใช่ป้ายรุเมล์หายไปไหนหรือคนที่ผมมองไว้ไม่มาคอยรถเมล์ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ใช่แล้วชีวิตเล็กๆ แต่ไม่ใช่มนุษย์ มันจะนอนหมอบอยู่ใกล้ๆ กับที่นั่งรอรถเมล์ ขนสีน้ำตาลอ่อน ปอกคอสีน้ำเงินนั่งหมอบเหมือนรอใครมากกว่าที่นั่งหมอบรอรถเมล์ ทุกครั้งเมื่อผมลงรถเมล์ที่ป้ายแห่งนี้ ก็ให้รู้สึกสงสัยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเรื่องของหมา คนอย่างผมไม่จำเป็นจะต้องรู้ แต่ผมก็อดไม่ได้ตามนิสัยคนอยากรู้เรื่องหมา ดูจากลักษณะท่าหมอบแล้วคงเป็นหมาที่มีการศึกษาเหมือนกัน สายตาของมันมองคนที่ลงรถเมล์เหมือนกับว่ารอคอยบางอย่าง ทำให้ผมอดคิดเล่นไม่ได้ว่า หรือว่ามาคอยเจ้าของ ที่สั่งมันให้คอย หรือว่าคอยเจ้าของที่ไม่เคยกลับมา... (คิดไปโน้น) เจ้าของอาจจะประสบอุบัติเหตุแล้วทำให้มันต้องมาคอยเจ้าของที่ไม่มีวันกลับมา คอย คอย และคอย หรือว่ามันไม่มีอะไรทำ แต่ผมดูแล้วมันน่าจะหาอะไรเ...